สวัสดีค่ะ คุณลูกค้า บริษัท ไมนด์มณี จำกัด ยินดีให้บริการค่ะ
หน้าหลัก > ข่าวและประกาศ > “อัฐิมณี” เปลี่ยนเถ้ากระดูกเป็นเครื่องประดับ บันทึกความทรงจำอยู่คู่กาย
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบราคาสินค้า
“อัฐิมณี” เปลี่ยนเถ้ากระดูกเป็นเครื่องประดับ บันทึกความทรงจำอยู่คู่กาย
เขียนโดย MindMani เมื่อ Tue 26 Feb, 2019

“อัฐิมณี” เปลี่ยนเถ้ากระดูกเป็นเครื่องประดับ บันทึกความทรงจำอยู่คู่กาย

เผยแพร่: 12 ก.ย. 2559 09:56   โดย: MGR Online

เมื่อต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ การมีสิ่งของที่จะเป็นตัวแทนผู้จากไปย่อมช่วยเยียวยาจิตใจ หรือบรรเทาความทุกข์ให้แก่ผู้อยู่เบื้องหลังได้บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงยังเป็นเครื่องเตือนสติให้ระลึกถึงความจริงที่ทุกคนต้องประสบ

นี่คือแก่นที่แบรนด์ “Mindmani” เจ้าของนวัตกรรม “อัฐิมณี” (CremainGem) ต้องการจะบอกถึงคุณค่าในผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ซึ่งเป็นการนำ “เถ้ากระดูก” ของบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งจากไป มาทำเป็นเครื่องประดับที่สวยงาม มากด้วยคุณค่าทางจิตใจ และเหมาะจะพกติดตัวไปได้ตลอดเวลา

เจ้าของนวัตกรรมดังกล่าวคือ “ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์” ที่จบปริญญาเอกด้านวัสดุศาสตร์ ในฐานะนักเรียนทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเคยทำงานเป็นนักวิจัยวัสดุศาสตร์ ประจำศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในแวดวงนี้ จึงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาวัสดุในรูปแบบต่างๆ อย่างสูงยิ่ง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ดร.กุลจิราสร้างสรรค์นวัตกรรมอัฐิมณีเกิดขึ้นหลังสูญเสียคุณพ่อ ทำให้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อจะได้ใช้เวลาดูแลคุณแม่อย่างเต็มที่ พร้อมกับใช้ความรู้ทั้งหมดคิดทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่ โดยสร้างนวัตกรรมดังกล่าว เปิดเป็น “บริษัท ไมนด์มณี จำกัด” เพื่อพัฒนาผลงานวิจัยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม กว่าจะสำเร็จใช้เวลาวิจัยและพัฒนากว่าครึ่งปี

ดร.กุลจิราอธิบายว่า “อัฐิมณี” สร้างขึ้นมาจากเถ้ากระดูก หรืออัฐิ 100% โดยการแปรรูปอัฐิ ใช้เทคนิควิธีทางวัสดุศาสตร์ในการผนึกอนุภาคเถ้ากระดูก 100% ที่ผ่านการเผาและบดละเอียดให้มีเนื้อแน่น ผ่านการใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงและไม่มีสารเคมีใดๆ เหลือปะปนมาจากกระบวนการผลิต เนื้่อของอัฐิที่ได้ออกมาจะมีลักษณะแข็งแรง คงทน มันเงา คล้ายหินอ่อน หรือเซรามิก

ทั้งนี้ “อัฐิมณี” แต่ละชิ้นจะสะท้อนอัตลักษณ์ของบุคคลผู้ล่วงลับตามลักษณะกายภาพ เช่น อายุ สุขภาพ อุปนิสัยการกินอาหาร การประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีทางศาสนาก่อนนำมาผ่านกระบวนการผลิต เป็นต้น โดยการทำอัฐิมณีนั้นสามารถใช้อัฐิจากชิ้นส่วนใดๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหรือฟัน โดยใช้ระยะเวลาการทำหลังได้รับออเดอร์ประมาณ 2-4 สัปดาห์

    

“เพื่อสร้างความมั่นใจว่าอัฐิมณีที่ทำขึ้นเป็นของบุคคลที่รักอย่างแท้จริง บริษัทฯ จึงทำระบบบาร์โค้ด ที่จะแจ้งหมายเลขอ้างอิงให้แก่ลูกค้าก่อนเริ่มงาน ซึ่งบาร์โค้ดนี้จะติดไปกับชิ้นงานในทุกกระบวนการ จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จและใบรับรองสินค้า ในกระบวนการทำงาน บริษัทฯ จะทำงานด้วยความเคารพ เตรียมชิ้นงานด้วยความระมัดระวัง จัดเก็บอัฐิที่เหลือจากกระบวนการทุกขั้นตอนอย่างประณีตบรรจง และบรรจุอัฐิที่เหลือทั้งหมดคืนลงในกล่องใส่อัฐิที่มีหมายเลขอ้างอิงเดิมที่ลูกค้าส่งมา กล่องนี้จะส่งคืนให้ลูกค้าพร้อมกับกล่องใส่ชิ้นงานสำเร็จ นอกจากนี้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุทำให้สินค้าแตกหักเสียหาย บริษัทฯ ยังมีบริการทำอัฐิมณี/อัฐิภาพให้ใหม่ในราคาพิเศษลด 50%” ดร.กุลจิราอธิบายเสริม

เธอระบุด้วยว่า นวัตกรรมดังกล่าวจดเป็นสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว เริ่มออกสู่ตลาดเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว โดยนำอัฐิมณีมาประสานกับดีไซน์ ทำเป็นเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบ เช่น จี้สร้อยคอ แหวน สร้อยข้อมือ และพวงกุญแจ รวมถึงโกศอนุสรณ์ในรูปร่างที่แปลกตาออกไป ซึ่งแต่ละประเภทจะมีการดีไซน์ที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สั่งผลิต ส่วนราคาขึ้นอยู่กับรูปแบบ และความต้องการของลูกค้า โดยเฉลี่ยชิ้นละหลักหมื่นบาทขึ้นไป

ด้านช่องทางตลาด เน้นรับออเดอร์ผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.mindmani.com และแฟนเพจ MindMani และ Line รวมถึงออกบูทในงานแสดงสินค้านวัตกรรมต่างๆ นอกจากนั้น ได้รับความสนใจจากสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระแสบอกต่อ อีกทั้งได้รับรางวัลด้านความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจบริการจาก Thailand SME Inno Award 2015 ช่วยให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้นตามลำดับ

ดร.กุลจิราระบุด้วยว่า สิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์ให้เถ้ากระดูกมาอยู่ในรูปแบบเครื่องประดับ เพื่อจะให้พกพาไปได้ทุกสถานที่เสมือนตัวแทนของคนที่เรารักยังอยู่คู่กาย นอกจากจะช่วยบรรเทาความทุกข์จากความพลัดพรากครั้งใหญ่ในชีวิตแล้ว ยังช่วยให้เรามีสติระลึกได้ถึงความจริงที่ทุกคนต้องประสบว่า วันหนึ่งเราก็ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับเช่นกัน ทำให้เราเลือกใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อคนรอบข้าง และสังคม นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งล้ำค่าแทนคำว่ารักที่ควรแก่การส่งมอบให้ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่นได้ด้วย 

   


ปัจจุบันได้ต่อยอดผลงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสังคม ผ่านโครงการวีรชนรำลึก โดยจะมอบอัฐมณีให้แก่ครอบครัวของทหารผู้สละชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและรำลึกถึงอีกทางหนึ่งอีกด้วย

นับเป็นนวัตกรรมที่ไม่เพียงมากด้วยเทคโนโลยี แต่ยังทรงคุณค่าทางจิตใจที่ยากจะประเมินค่าเป็นราคาได้

ติดต่อ 06-2605-1331 www.mindmani.com Line: @cremaingem

© 2019 อัฐิมณี, CREMAINGEM และ MINDMANI All Rights Reserved.