หน้าหลัก > ข่าวและประกาศ > Mindmani: Service innovation เก็บความรักความทรงจำผ่านเถ้ากระดูก
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบราคาสินค้า
Mindmani: Service innovation เก็บความรักความทรงจำผ่านเถ้ากระดูก
เขียนโดย MindMani เมื่อ Wed 23 May, 2018

Mindmani: Service innovation เก็บความรักความทรงจำผ่านเถ้ากระดูก

วันนี้ทาง TCDCCONNECT มีโอกาสได้มาพูดคุยกับ ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ ผู้ก่อตั้งและ MD แบรนด์ Mindmani ผู้คิดค้นนวัตกรรมบริการเก็บความทรงจำจากเถ้ากระดูก ให้เปลี่ยนมาเป็นอัฐิมณี อันมีคุณค่าทางจิตใจ ดร.กุลจิราจบการศึกษาทางด้านวัสดุศาสตร์ จาก Imperial College ประเทศอังกฤษ และทำงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาวัสดุที่ สวทช. มาเกือบ 20 ปี ก่อนจะลาออกมาทำแบรนด์ Mindmani อย่างเต็มตัว และได้รับรางวัลโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์ธุรกิจบริการจาก SME Thailand Inno Award 2015 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย 

จากความสูญเสียกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจ

Mindmani มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า “Mind” ที่แปลว่า จิตใจ รวมกับภาษาบาลีคำว่า "มณี" ที่แปลว่า สิ่งที่มีคุณค่า Mindmani หรือมณีในใจ จึงหมายถึงสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ เป็นตัวแทนที่สามารถจับต้องได้ และตัวแทนของความรู้สึก ควรค่ากับการเก็บรักษาและส่งต่อให้ลูกหลาน ที่มาที่ไปของแบรนด์เกิดขึ้นมาจากการสูญเสียคุณพ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของดร.กุลจิรา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัสดุศาสตร์ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาชิ้นงานเซรามิกเพื่องานวิศวกรรมมา กว่า 20 ปี ทำให้ทราบว่าอัฐิสามารถทำให้แปรเปลี่ยนเป็นชิ้นงานที่แข็งแรงและทนทานได้ โดยดร.กุลจิราได้นำอัฐิของคุณพ่อมาทำเป็นอัฐิมณี แล้วนำมาประกอบกับตัวเรือน เกิดเป็นอัฐิมณีชุดแรก มีจำนวน 3 ชิ้น ซึ่งทำขึ้นเฉพาะกิจสำหรับครอบครัวเท่านั้น เพื่อจุดประสงค์เวลาไปทำบุญหรือเดินทางไปในที่ต่างๆ จะได้พกติดตัวไปด้วย เพื่อระลึกถึงคุณพ่อ รวมถึงเป็นขวัญและกำลังใจเวลาที่ทุกข์ใจหรือมีปัญหาในชีวิต และด้วยเหตุการณ์นี้จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดแบรนด์ Mindmani ขึ้น

แล้วอะไรคืออัฐิมณี?

“อัฐิ” หมายถึง เถ้ากระดูกที่เหลืออยู่ภายหลังจากการฌาปนกิจ ส่วน “มณี” หมายถึงสิ่งที่มีคุณค่า "อัฐิมณี" จึงหมายถึงอนุสรณ์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งสร้างขึ้นมาจากอัฐิบริสุทธิ์ของบุคคลอันเป็นที่รัก ด้วยกระบวนการทางวัสดุศาสตร์ที่ทำให้อัฐิที่มีเนื้อพรุนและเปราะให้มีผนึกอนุภาคอัฐิให้มีเนื้อแน่น โดยผ่านการใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงและไม่มีสารเคมีใดๆ เหลือปะปน เกิดเป็นอัฐิมณีที่มีเนื้อแน่น คงทน และสะท้อนอัตลักษณ์ของอัฐิมณีแต่ละชิ้น โดยกระบวนการผลิตอัฐิมณีได้ผ่านการยื่นรับสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นนวัตกรรมในการแสดงความรักของคนในครอบครัว เป็นตัวแทนทางจิตใจของบุคคลอันเป็นที่เคารพรัก

Memorial Product เพราะการสูญเสียเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ

เมื่อการผลัดพรากอย่างไม่มีวันกลับของบุคคลผู้เป็นที่รัก แต่ผู้คนที่อยู่เบื้องหลังยังคงผูกพันและคิดถึง ยังคงต้องการแสดงกตเวทิตาแก่บุพการีหรือญาติผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูล โดยธรรมเนียมปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนและคริสต์ศาสนิกชน นิยมนำอัฐิของผู้ล่วงลับเก็บใส่โกศไว้ที่บ้าน หรือบางครอบครัวก็เก็บไว้ที่ช่องเก็บอัฐิในวัดหรือศาสนสถาน เพื่อให้ลูกหลานกลับมาระลึกถึงและร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ซึ่งต่างจากธรรมเนียมของจีน ซึ่งจะมีวันเชงเม้ง เป็นวันรวมวงศาคณาญาติกันที่สุสานของตระกูล เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

แต่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลที่เป็นข้อจำกัดทางด้านพื้นที่และเศรษฐกิจ ทำให้แนวโน้มของการเลือกฌาปนกิจนั้นสูงขึ้น ทำให้ธรรมเนียมการฝังศพที่สุสานน้อยลงเรื่อยๆ และด้วยรูปแบบการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ทำให้ครอบครัวต้องกระจายตัวไปในท้องที่ต่างๆ ด้วยความจำเป็นด้านหน้าที่การงาน การศึกษา เศรษฐกิจ ฯลฯ ด้วยเหตุผลที่แบรนด์ Mindmani เป็นบริษัทผู้ผลิตและผู้คิดค้นแนวคิด Memorial Product ซึ่งเป็นนวัตกรรมบริการเก็บความทรงจำจากเถ้ากระดูกจากการสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รัก แบรนด์จึงมองเห็นโอกาสในการทดลองทำ Memorial Product บวกกับความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์เป็นทุนเดิม นำมาพัฒนาต่อยอดจนสามารถสร้างชิ้นงานจากอัฐิบริสุทธิ์เกิดเป็นอัฐิมณี และพัฒนาจากอัฐิมณีต่อยอดสู่การเป็นอัฐิภาพ ซึ่งคือการนำรูปภาพบุคคลผู้ล่วงลับไปผ่านกระบวนการเผาออกมาเป็นสติ๊กเกอร์บนเซรามิก ซึ่งจะนำมาประกอบร่างกับอัฐิมณีอีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นอัฐิภาพที่สามารถใส่กรอบ มีขนาดเล็กสามารถพกติดตัวได้ ถือเป็นจุดแข็งของแบรนด์ที่ยังไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจมากขึ้นด้วย 

 

คุณค่า 3 ประการของอัฐิมณี

ประการแรก คุณค่าสู่บุคคล เพราะอัฐิมณีสามารถแทนค่าคำว่า “รัก” ที่มีอัตลักษณ์จริงแท้ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้

ประการที่สอง คุณค่าสู่ครอบครัว เพราะอัฐิมณีเป็นตัวแทนที่จับต้องได้ ทำให้ระลึกถึงความรักและความอบอุ่นในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวันหรือโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น การทำบุญอุทิศส่วนกุศล นอกจากนี้ คนในครอบครัวก็สามารถส่งต่ออัฐิมณีแทนค่าคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นให้กับลูกหลานได้

ประการที่สาม คุณค่าสู่สังคม  อัฐิมณีสามารถสะท้อนความจริงของชีวิต ช่วยให้ระลึกถึงมรณสติ และตระหนักถึงการใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีสติ มีคุณค่า และเป็นประโยชน์แก่ตนเอง คนรอบข้าง และสังคม เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง เราก็ต้องจากไปเหมือนกัน

แต่ละอัฐิมณีมีอัตลักษณ์ของตัวเอง

 

เป็นเพราะองค์ประกอบอนินทรีย์หลักของกระดูกและฟันคือ Hydroxyapatite ซึ่งเมื่อผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูงจะสูญเสียสารอินทรีย์ที่อยู่ในรูพรุนของกระดูก ส่วนน้ำในผลึกก็จะระเหยออกไป เหลือแค่อัฐิที่มีโครงสร้างคล้ายกับ Apatite ซึ่งเป็นผลึกแร่ตามธรรมชาติ มีหลากหลายสี เช่น สีฟ้าน้ำทะเล สีม่วง สีเหลืองอมน้ำตาล และสีชมพู ฯลฯ ขึ้นอยู่กับแหล่งและสารมลทินที่ประกอบในผลึกแต่ละอัน เช่นเดียวกันกับอัฐิของแต่ละคนที่ผ่านการเผาแล้ว จะมีลักษณะทางกายภาพและสีที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เป็นต้นว่า อายุ สุขภาพ อุปนิสัยในการกินอาหาร ธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งสภาพของการเผา ฯลฯ

ส่งผลให้อัฐิมณีแต่ละชิ้นสามารถแสดงอัตลักษณ์จำเพาะของแต่ละบุคคลได้ สามารถเป็นตัวแทนบุคคลนั้นได้อย่างแท้จริง สามารถนำมาออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานได้หลากหลายลักษณะ เช่น การนำประกอบกับตัวเรือน เพื่อพกพาเป็นขวัญกำลังใจ  การทำเป็นอัฐิภาพเพื่อแสดงให้เห็นบุคลิกของเจ้าของอัฐิ เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อแทนความรักของครอบครัว

ขั้นตอนการทำงาน

เมื่อทางแบรนด์ได้รับคำสั่งทำอัฐิมณี ที่มาพร้อมกับอัฐิของผู้ล่วงลับ ลูกค้าจำเป็นต้องมัดจำสินค้าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของราคาสินค้า โดยที่ลูกค้าจะได้รับชิ้นงานภายในเวลาไม่เกิน 6 สัปดาห์ สำหรับกรณีที่ลูกค้าเลือกทำอัฐิภาพและเครื่องประดับอัฐิมณี อาจต้องเพิ่มเวลาอีก 5 – 10 วันทำการ และในทุกขั้นตอนของการทำงาน ลูกค้าสามารถสืบข้อมูลย้อนกลับได้ เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายจะได้รับรหัสประจำชิ้นงานของตนเอง ตั้งแต่เริ่มรับอัฐิจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ในรูปแบบของรหัสบาร์โค้ดที่อยู่บนชิ้นงาน โดยแบรนด์จะรายงานความคืบหน้าของขั้นตอนการทำงานเป็นระยะ พร้อมทั้งติดต่อนัดหมายส่งงานในช่องทางการสื่อสารที่ลูกค้าสะดวก เช่น การแจ้งผ่านโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก ไลน์ และอีเมล์ ฯลฯ นอกจากนี้ ลูกค้าแต่ละรายจะได้รับใบรับรองอัฐิมณีแต่ละชิ้นงานด้วย 

การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความตายเป็นสิ่งสำคัญ

Mindmani ในตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนระยะยาวไว้เท่าไรนัก แต่ตั้งใจว่าจะพยายามประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น และที่สำคัญคือ กำลังสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความตายให้มากขึ้น เพราะเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความตายในประเทศไทยยังมีรูปแบบไม่ค่อยชัดเจนเท่าธุรกิจรูปแบบอื่น ซึ่งก็เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจอยู่พอสมควร ส่วนกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยเริ่มมีคนรู้จักและสนใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถใช้บริการได้อย่างทันทีทันใด ส่วนมากจะเก็บข้อมูลไว้ก่อน เพราะเหตุการณ์สูญเสียคนที่รักยิ่งแบบนี้ จะเกิดกับคนหนึ่งได้แค่ไม่กี่ครั้งในชีวิตเท่านั้น หรือบางทีเป็นครอบครัวใหญ่ อาจจะต้องคุยกับครอบครัวให้เห็นพ้องต้องกันเสียก่อน และคำถามที่พบบ่อย เมื่อลูกค้ารับอัฐิมณีไปคือ อัฐิอยู่ตรงไหน ทั้งๆที่อัฐิมณีอยู่ตรงหน้าแล้ว เพราะบางคนไม่เคยเห็นอัฐิมาก่อน และพอมาเห็นอัฐิมณีก็ยิ่งนึกภาพไม่ออกเลย

รู้จัก TCDCCONNECT ได้อย่างไร

Mindmani เคยส่งข้อมูลเกี่ยวกับอัฐิมณีเข้าฐานข้อมูลของ Material Connexion ของ TCDC เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ได้รู้จักกับทาง TCDCCONNECT มาหลายปีแล้ว

ช่องทางการติดต่อแบรนด์

ติดตามผลงานของแบรนด์ได้ที่ tcdcconnect.com/mindmani/ หรือทางเว็บไซต์ของแบรนด์ https://www.mindmani.com

 

อ้างอิง

บทสัมภาษณ์ ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ ผู้ก่อตั้งและ MD แบรนด์ Mindmani

ข้อมูลบางส่วนจากเว็บไซต์ https://www.mindmani.com 

 

© 2018 อัฐิมณี, CREMAINGEM และ MINDMANI All Rights Reserved.